Welcome, บุคคลทั่วไป!!
follow us on... Facebook


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - digdig

หน้า: [1] 2 3 ... 19
1
MIRAGE ใหม่ และ ATTRAGE ใหม่ รุ่นพิเศษ  RalliArt Limited Edition สะท้อนจิตวิญญาณการแข่งขัน จำนวนจำกัดเพียง 250 คันต่อรุ่นเท่านั้น



ในวันนี้เราขอพาแฟนๆ 9carthai มาพบกับรถยนต์รุ่นพิเศษจาก Mitsubishi กันครับ โดยซึ่งทั้ง 2 รุ่นที่จะแนะนำกันนี้เป็นรถยนต์ Eco Car พิเศษ ที่จะมาเอาใจคอสปอร์ต กับ มิราจ ใหม่ และแอททราจ ใหม่ รุ่นพิเศษ แรลลี่อาร์ต ลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่มาภายใต้ชุดแต่งลิขสิทธิ์แท้แรลลี่อาร์ต ถ่ายทอดจิตวิญญาณการแข่งขันจากสนามแข่ง ส่งตรงสู่ถนนให้คุณได้สัมผัส พร้อมมอบรูปลักษณ์แบบสปอร์ตบนรถสีขาวมุกตัดกับชุดแต่งโทนสีดำ ช่วยให้รถ Eco Car ทั้ง 2 รุ่นนี้ ดูสปอร์ตปราดเปรียวทุกมุมมอง ที่สำคัญขับไปไหนก็หล่อ เพราะมัน Unique ด้วยจำนวนจำกัดเพียง 250 คันต่อรุ่นเท่านั้น เอาล่ะถ้าพร้อมแล้วเรามาชมกันเลยดีกว่าครับ



มาเริ่มกันที่ มิราจ ใหม่ รุ่นพิเศษ แรลลี่อาร์ต ลิมิเต็ด เอดิชั่น ได้นำรุ่น 1.2 GLX CVT มาทำการตกแต่ง ด้วยตัวรถสีขาว



ติดสติ๊กเกอร์ แรลลี่อาร์ต ด้านข้าง พร้อมสติ๊กเกอร์ตกแต่งพิเศษด้านหน้า  และ Wrap หลังคาสีดำ



ติดตั้งสปอยเลอร์หลังสีดำ กระจกมองข้างใช้สีดำเข้ากันกับสีหลังคา



คิ้วโครเมียมตกแต่งชายฝากระโปรงท้าย โดดเด่นด้วยแผงตกแต่งกันชนหลัง  และโลโก้แรลลี่อาร์ต



ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนภาพลักษณ์ “จิตวิญญาณ ของการแข่งขัน” ออกมาได้เป็นอย่างดี โดย มิราจ ใหม่ รุ่นพิเศษ แรลลี่อาร์ต ลิมิเต็ด เอดิชั่น นี้ราคาอยู่ที่ 495,000 บาท



สำหรับ แอททราจ ใหม่ รุ่นพิเศษ แรลลี่อาร์ต ลิมิเต็ด เอดิชั่น  ได้นำรุ่น 1.2 GLS CVT มาตกแต่ง



ติดตั้งสเกิร์ตรอบคันสีดำ และสติ๊กเกอร์แรลลี่อาร์ต ด้านข้าง พร้อมสติ๊กเกอร์ตกแต่งพิเศษด้านหน้า





ติดตั้งสปอยเลอร์หลังสีดำ ที่มาพร้อมไฟเบรก LED , โลโก้แรลลี่อาร์ต และ Wrap หลังคาสีดำ อีกทั้งกระจกมองข้างสีดำ



โดย แอททราจ ใหม่ รุ่นพิเศษ แรลลี่อาร์ต ลิมิเต็ด เอดิชั่น ราคาอยู่ที่ 575,000 บาท



ด้านสมรรถนะ Mitsubishi Eco Car ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร ที่มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องความประหยัด ที่สามารถประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3-23.8 กิโลเมตร/ลิตร* และมีเทคโนโลยีที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุดเพียง 98-99 กรัม/กิโลเมตร** ที่มาพร้อมกับโครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ RISE Body (Reinforced Impact Safety Evolution) จากเหล็กที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ “High Tensile Steel”ซึ่งช่วยลดการยุบของห้องโดยสารที่เกิดจากการชน ให้ผู้ขับขี่มั่นใจในความปลอดภัยไปกับทุกการเดินทาง ตลอดจนการออกแบบภายในที่เน้นความหรูหราสะดวกสบาย อรรถประโยชน์ในการใช้งานที่หลากหลาย และความบันเทิงสมบูรณ์แบบที่เชื่อมต่อกับทุกไลฟ์สไตล์

เอาล่ะถ้าสนใจกันแล้วกับรถยนต์ Mitsubishi ทั้ง 2 รุ่นนี้ เรายังได้นำข้อเสนอสุดพิเศษมาฝากให้อีกมากมายด้วย

มิราจ ใหม่ รุ่นพิเศษ แรลลี่อาร์ต ลิมิเต็ด เอดิชั่น
ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,800 บาทต่อเดือน นาน 84 เดือน เมื่อดาวน์ 20%
โปรโมชั่นพิเศษ ผ่อนดาวน์ 0% นาน 10 เดือนด้วยบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ เเละฟรีสลากออมสินมูลค่า 10,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น  1 นาน 1 ปี วันนี้ – 30 ก.ย. 59
รายละเอียดโปรโมชั่นพิเศษดูเพิ่มเติมได้ที่ >> http://www.mitsubishi-motors.co.th/th/promotion/mirage/2

แอททราจ ใหม่ รุ่นพิเศษ แรลลี่อาร์ต ลิมิเต็ด เอดิชั่น
ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,738 บาทต่อเดือน นาน 84 เดือน เมื่อดาวน์ 20%
โปรโมชั่นพิเศษ ผ่อนดาวน์ 0% นาน 10 เดือนด้วยบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ เเละฟรีสลากออมสินมูลค่า 10,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น  1 นาน 1 ปี วันนี้ – 30 ก.ย. 59
รายละเอียดโปรโมชั่นพิเศษดูเพิ่มเติมได้ที่ >>http://www.mitsubishi-motors.co.th/th/promotion/attrage



2
admin ขอขอบคุณ คุณ tingtiger  มากเลยนะครับที่เอารีวิวดีๆ มาฝากให้เพื่อนๆได้อ่านกันครับ

3
ไปบางแสนไหมครับ อิอิ

4
ขอขอบคุณ คุณ Odin มากเลยนะครับ มาแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน  ^__^

5
Honda / Re: Honda Mobilio ตกลงมาไหมครับ?
« เมื่อ: สิงหาคม 26, 2014, 02:53:42 PM »
มาแน่ครับ เปิดตัว 12 ก.ย. 57 ครับ


6
เอาเข้าได้ครับ แต่ต้องให้เค้าประเมินราคา แล้วส่งไปให้บริษัทที่รับประกันก่อนครับ ว่าเค้าโอเคหรือเปล่าครับ

7
ผมขอแนะนำ Direct Asia ละกันครับ  จ่ายที่เซเว่นได้ด้วย
ซื้อประกันภัยรถยนต์วันนี้ เลือกแบ่งจ่ายได้สบายๆ 0%
- ผ่อน 0% นานถึง 10 เดือน
- การันตีราคาดีที่สุด
- การันตีมาถึงจุดเกิดเหตุ ภายใน 30 นาที

http://www.directasia.co.th/

8
คันเล็ก ขับง่ายในเมือง

1.นิสสัน มาร์ช  เป็น Eco Car ยอดนิยมที่มียอดขายสูงสุด และจำหน่ายเป็นรุ่นแรกของไทย รูปทรงที่น่ารัก สวยแบบคลาสสิค สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ดี ส่งออกไปจำหน่ายในหลายทวีปทั่วโลก ชุดแต่งมีให้เลือกมากมาย แต่ราคาที่สูงกว่า Celerio อยู่พอสมควร ก็ยังทำให้ Celerio ดูคุ้มค่ากับราคาขายมากกว่า

2.ซูซูกิ สวิฟท์  Swift ถือเป็น Eco Car ที่มีดีไซน์สวยที่สุดในตลาด ใครๆ ก็ชื่นชอบ ได้รับความนิยม ถือเป็นความสำเร็จของซูซูกิ ที่ทำให้เป็นจุดกำเนิดของ Celerio ในวันนี้ เพราะ Celerio ก็คือน้องเล็กรุ่นประหยัดของ Swift นั่นเอง   ราคาสมน้ำสมเนื้อกับตัวรถ แต่ศูนย์บริการไม่ค่อยดี แถมอะไหล่แพง

3.ซูซูกิ เซเลริโอ  รุ่นใหม่ เพิ่งเปิดตัว 29 พ.ค. ตัวเริ่มต้นราคาถูกจริง แต่ตัวท๊อปและรองท๊อปราคาแพงเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นอื่น

4.มิราจ คันเล็ก จิ๋ว ประหยัดน้ำมัน แต่ช่วงล่างไม่ค่อยยึดติดถนน  (แต่ส่วนลดเยอะมาก รุ่นท๊อป ส่วนลด เกือบแสน)

5. แอททราจ  option สมราคา เบาะหลังคนสูงนั่งหัวไม่ติด นั่งสบาย  ด้านหลังวางของได้เยอะกว่า

6.ฮอนด้า บริโอ้ หรือ ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ  เครื่องแรง ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไร เพราะภายในดูธรรมดา แต่สมรรถนะ และศูนย์บริการดี มั่นใจได้


*ถ้าให้ผมแนะนำ  มิราจ หรือ แอททราจ น่าจะตอบโจทย์คุณ Claire ได้อย่างดีตามที่คุณต้องการ คือ คันเล็ก ขับง่าย ราคาไม่แรง

9
บริดจสโตน แนะนำแคมเปญใหม่ สำหรับยางนุ่มเงียบระดับเฟิร์สคลาส “TURANZA GR-100”



[กรุงเทพมหานคร] (1 เมษายน 2557) – บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด  จับมือ ศูนย์บริการยางรถยนต์ ค็อกพิทและออโต้บอย นำเสนอรายการส่งเสริมการขายผ่านช่องทางใหม่ สำหรับยางนุ่มเงียบระดับเฟิร์สคลาส   “TURANZA GR-100” ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ  เพียงลงทะเบียนสั่งจองยางบริดจสโตน “TURANZA GR-100”  ครบ 4 เส้น ผ่านเว็บไซต์ รับสิทธิพิเศษ ส่วนลด 800 บาท สำหรับการซื้อยาง ณ.ศูนย์บริการยางรถยนต์ “ค็อกพิท” และ “ออโต้บอย” สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ  โดยลูกค้าสามารถจองสิทธิพิเศษได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  ตั้งแต่ วันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2557

หลากหลายช่องทางการลงทะเบียนรับสิทธิ์เฟิร์สคลาส ดังนี้  URL “ 1stclassuserpriviledge.bridgestone.co.th/ ” ,  www.bridgestone.co.th , https://www.facebook.com/BridgestoneAlwaysWithYou  , www.cockpit.co.th , https://www.facebook.com/Cockpitfc   และ www.autoboy.co.th    หรือ  สอบถามแผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทรศัพท์                  0-2636-1555 (กรุงเทพฯ และปริมณฑล) หรือ 1800-295-537  (ต่างจังหวัดโทรฟรี)

10
กู๊ดเยียร์ มั่นใจ ความปลอดภัยบนท้องถนนช่วงสงกรานต์
เปิดบริการตรวจเช็คสภาพรถฟรี 25 รายการที่กู๊ดเยียร์ ออโต้แคร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ




กรุงเทพฯ - 4 เมษายน 2557 – บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยียางรถยนต์ เปิดตัวแคมเปญ "กลับบ้านปลอดภัย มั่นใจ...กู๊ดเยียร์" รณรงค์คนไทยเดินทางบนท้องถนนอย่างปลอดภัย ด้วยการตรวจสอบสภาพและความสมบูรณ์ของรถและยางก่อนออกเดินทางไกลตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษบริการตรวจเช็คสภาพรถฟรี 25 รายการ ตรวจเช็คสภาพยางและให้คำปรึกษาปัญหารถยนต์ฟรี ที่กู๊ดเยียร์ ออโต้แคร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ

เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาของปีที่มีผู้คนจำนวนมากขับรถเป็นระยะทางไกล เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อน เยี่ยมครอบครัวและพบปะเพื่อนฝูงกันมากที่สุด โดยขาดการดูแลสภาพรถก่อนออกเดินทางเท่าที่ควร ดังนั้น การใส่ใจดูแลและตรวจสอบสภาพรถและยางเพียงเล็กน้อยก่อนออกเดินทางทุกครั้ง จะช่วยประหยัดเวลา เงินทอง และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้       
 
มร. ฟินบาร์ โอคอนเนอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "เทศกาลสงกรานต์ควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง แต่บ่อยครั้งที่เราได้รับทราบข่าวถึงความล่าช้าในการเดินทางอันเป็นผลเนื่องมาจากปัญหาที่น่าจะหลีกเลี่ยงได้  กู๊ดเยียร์จึงรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ยอมสละเวลาสักเล็กน้อยนำรถเข้าตรวจเช็คสภาพ เพื่อให้มั่นใจว่า รถของท่านมีสมรรถนะที่พร้อมจะพาท่านกลับบ้านหรือไปท่องเที่ยวพักผ่อนในสถานที่ต่างๆ ในช่วงวันหยุดยาวนี้ได้อย่างปลอดภัย"

นอกจากนี้ การเปิดให้บริการตรวจเช็คสภาพรถดังกล่าวจะช่วยให้รถสามารถวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งยังช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาต่างๆ ที่ทำให้ต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและเสียเวลาในการซ่อมแซม รวมถึงส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยบนท้องถนนตามมาอีกด้วย การตรวจเช็คสภาพเบรค ระดับลมและน้ำ น้ำมันหล่อลื่น ลมยาง การสึกหรอของดอกยาง สายพาน และหม้อน้ำ เป็นการตรวจเช็ครถขั้นพื้นฐานที่ควรทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

"ความปลอดภัยในการขับขี่เป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่ทุกคนควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก โดยสละเวลานำรถเข้ารับการตรวจเช็คขั้นพื้นฐานเพื่อให้มั่นใจว่า รถของท่านมีสภาพพร้อมวิ่งบนท้องถนน ในโอกาสพิเศษนี้ กู๊ดเยียร์จึงขอเชิญชวนผู้ขับขี่นำรถเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพจากผู้เชี่ยวชาญที่ทรงคุณวุฒิระดับมืออาชีพ ที่กู๊ดเยียร์ ออโต้แคร์ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย" มร.โอคอนเนอร์ กล่าวปิดท้าย     

ทั้งนี้ ผู้ขับขี่สามารถนำรถเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถฟรี 25 รายการได้ที่กู๊ดเยียร์ ออโต้แคร์ทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือค้นหาข้อมูลร้านกู๊ดเยียร์ ออโต้แคร์ใกล้บ้านได้ที่
ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-305-8585 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.goodyear.co.th  หรือ www.goodyear-autocare.com  
ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ

"กู๊ดเยียร์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของผู้เข้ารับบริการดังกล่าวในทุกกรณีนอกจากนี้ กู๊ดเยียร์จะไม่รับผิดชอบต่อการเสียชีวิตหรือบาดเจ็บของผู้เข้ารับบริการ รวมถึงผู้โดยสาร

เว้นแต่เป็นการเสียชีวิตหรือบาดเจ็บที่เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงที่เกิดจากกู๊ดเยียร์" 



11
Mazda / Re: ติดฟิล์มกันสว่างสุดเบอร์ไหน
« เมื่อ: เมษายน 01, 2014, 05:47:03 PM »
K. fiftygift

ถ้าอยากได้แบบสว่าง มองเห็นง่าย  หน้า 40 รอบคัน 60 ครับ

หรือ F20 รอบคันครับ


12
กู๊ดเยียร์โชว์นวัตกรรมยางแห่งอนาคตสุดล้ำ



กรุงเทพฯ - 18 มีนาคม 2557 – กู๊ดเยียร์ ผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยียางรถยนต์โชว์นวัตกรรมแห่งอนาคตสุดล้ำจากศูนย์วิจัยลักเซมเบิร์ก ในงานประชุมผู้แทนจำหน่ายประจำปี 2557 ตอกย้ำแบรนด์ยางรถยนต์ที่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดของผู้บริโภค

ยางล้อเครื่องบิน: ฐานการผลิตหนึ่งเดียวในเอเชียกว่า 100 ปีที่ได้มีการคิดค้นเครื่องบินขึ้นมา กู๊ดเยียร์ ได้ถูกเลือกให้เป็นยางติดเครื่องบินมากมายหลายประเภท ตั้งแต่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวไปจนถึงการได้รับเลือกให้เป็นยางติดกระสวยอวกาศในภารกิจแรกๆ ของโลก กู๊ดเยียร์ยังได้รับความไว้วางใจจากสายการบินต่างๆ ทั่วโลก ด้วยประวัติศาสตร์ในการรังสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออากาศยานที่ยาวนานที่สุด และมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกใช้ได้มากมายหลายรูปแบบ  สำหรับประเทศไทย นอกจากจะเป็นฐานการผลิตยางรถยนต์ที่สำคัญของภูมิภาคแล้ว กู๊ดเยียร์ ประเทศไทย ยังได้รับเลือกให้เป็นฐานการผลิตยางล้อเครื่องบินแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียและเป็นหนึ่งใน 3 ของโรงงานกู๊ดเยียร์ทั่วโลกที่ผลิตยางล้อเครื่องบิน นอกจากนี้ บริการหล่อดอกยางล้อเครื่องบินของกู๊ดเยียร์ ประเทศไทยยังเป็นที่ยอมรับจากทุกสายการบินทั่วภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

ยางแบทโมบิล: จากการยอมรับของทั่วโลกสู่การโลดแล่นบนจอเงิน
ยางแบทโมบิล ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์รุ่นพิเศษสุดที่ใช้ประกอบการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "แบทแมน" เป็นยางคู่ใจของฮีโร่ขวัญใจคนทั่วโลก คอลเล็คชั่นนวัตกรรมยางต้นแบบจากกู๊ดเยียร์นี้ ได้เผยโฉมในงานแสดงรถยนต์ชั้นแนวหน้าหลายต่อหลายแห่ง รวมทั้งร่วมแสดงเป็นยางต้นแบบติดรถสปอร์ตอเนกประสงค์  Fortela SL อีกด้วย

เทคโนโลยีรักษาแรงดันลมยาง: ช่วยประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
เทคโนโลยีรักษาแรงดันลมยาง (AMT: AIR MAINTENANCE TECHNOLOGY) คว้ารางวัล 2012 BREAKTHROUGH AWARD จากนิตยสาร POPULAR MECHANICS ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 สำหรับผู้คิดค้นนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่มีนัยสำคัญต่อวงการเทคโนโลยี การแพทย์ การสำรวจอวกาศ การออกแบบรถยนต์ วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม และสาขาอื่นๆ ทีมนักวิจัยของกู๊ดเยียร์ได้พัฒนาระบบ Air Maintenance Technology หรือ AMT ใหม่ลิขสิทธิ์เฉพาะของกู๊ดเยียร์ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะการทำงาน ประหยัดพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และช่วยรักษาแรงดันลมของยางให้คงไว้สูงสุด ไม่จำเป็นต้องมีการเติมแรงดันลมยางจากภายนอก ทำให้รถยนต์ประหยัดน้ำมัน

ยืดอายุการใช้งานของยางให้ยาวนานขึ้น และสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเทคโนโลยี AMT
ได้เปิดตัวครั้งแรกสำหรับการใช้งานเพื่อการพาณิชย์ในงาน Internationale Automobil-Ausstellung (IAA) Commercial Vehicle Show ณ เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี เทคโนโลยีนี้ช่วยรับประกันว่ายางรถยนต์จะมีแรงดันลมที่เหมาะสมที่สุดอยู่เสมอ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้รถยนต์ประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ดี โดยจากการวิจัยของหน่วยงานภาครัฐและวงการอุตสาหกรรมพบว่า ยางรถยนต์ที่มีแรงดันลมน้อยกว่าปกติ จะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นร้อยละ 2.5 ถึง 3.3 แม้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะมีความซับซ้อน แต่แนวคิดเบื้องหลังกลับค่อนข้างเป็นแนวคิดที่ง่ายๆ และอาศัยกำลังจากยางรถยนต์เองในขณะที่ล้อรถหมุนและผิวยางสัมผัสกับพื้นถนน

เทคโนโลยีไบโอไอโซพรีน (BioIsoprene): นวัตกรรมยางจากถั่วเหลือง
เทคโนโลยีไบโอไอโซพรีนของกู๊ดเยียร์ โดยความร่วมมือกับดูปองต์ อินดัสเตรียล ไบโอไซเอ็นเซ็สได้พัฒนาเทคโนโลยียางต้นแบบรุ่นแรกของกู๊ดเยียร์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีไบโอไอโซพรีน ซึ่งเป็นการนำวัสดุชีวมวลมาใช้แทนวัสดุไอโซพรีนที่เป็นผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปิโตรเลียมในการผลิต ส่งผลให้กู๊ดเยียร์ได้รับรางวัล “Environmental Achievement of the Year” ในงานมอเตอร์โชว์ปี 2553 และต่อมาในปี 2555 กู๊ดเยียร์ได้ต่อยอดนวัตกรรม

ไบโอไอโซพรีน โดยเริ่มทดสอบยางที่ใช้วัสดุบางส่วนดัดแปลงจากน้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งนักวิจัยจากศูนย์นวัตกรรมของกู๊ดเยียร์ค้นพบว่า การใช้น้ำมันถั่วเหลืองในกระบวนการผลิตยางรถยนต์ช่วยลดความต้องการใช้ปิโตรเลียมปีละ 7 ล้านแกลลอน ขณะเดียวกันยังช่วยยืดอายุของดอกยางนานขึ้นร้อยละ 10 ทั้งยังช่วยในกระบวนการผสมยางในการผลิตยางให้มีความราบรื่นและคล่องตัวมากขึ้น  ถือเป็นยางนวัตกรรมต้นแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง!




13
บริดจสโตนแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ Firestone “DESTINATION LE-02”




[กรุงเทพฯ] ( 14 มีนาคม 2557) – บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ภายใต้มาตรฐานคุณภาพบริดจสโตน Firestone “DESTINATION LE-02” ผลิตภัณฑ์สำหรับรถยนต์เอนกประสงค์ (SUV) สำหรับการขับขี่บนถนนเรียบจากไฟร์สโตน มุ่งสู่ทุกจุดหมาย มั่นใจทุกการเดินทาง ตอบโจทย์การขับขี่อย่างลงตัว     ทั้งความนุ่ม เงียบ เกาะถนนเยี่ยม และ อายุการใช้งานยาวนาน

จากความสำเร็จและได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ทั่วโลกมาอย่างยาวนานนับร้อยปี ของแบรนด์ดังระดับโลกอย่างไฟร์สโตน บริษัทขอแนะนำผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ Firestone “DESTINATION LE-02”   สำหรับรถยนต์เอนกประสงค์ (SUV) รุ่นแรกของเมืองไทยจากไฟร์สโตนที่ออกแบบมาอย่างลงตัวสามารถตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ด้วยสมรรถนะการทรงตัวที่ดีเยี่ยม ให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยสุนทรียภาพของความ นุ่ม เงียบ สบาย พร้อมอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น  มอบประสบการณ์การขับขี่สู่ทุกจุดหมายได้อย่างมั่นใจ

ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ Firestone “DESTINATION LE-02” มีให้เลือกทั้งหมด 10 ขนาดตั้งแต่   ขอบ 16 นิ้ว จนถึงขอบ 18 นิ้ว ตั้งแต่ราคา 3,750 – 7,250 บาท โดยวางจำหน่ายที่ศูนย์บริการค็อกพิท ออโต้บอย แอค และผู้แทนจำหน่ายยางบริดจสโตนและไฟร์สโตนทั่วประเทศ  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์โทรศัพท์     0-2636-1555 (กรุงเทพฯ และปริมณฑล) หรือ 1800-295-537(ต่างจังหวัดโทรฟรี) 

เกี่ยวกับไฟร์สโตน
ไฟร์สโตน ก่อตั้งขึ้นโดย มร. ฮาวี่ ไฟร์สโตน ในปี ค.ศ. 1900 ที่เมือง อาครอน รัฐโอไฮโอ ประเทศ สหรัฐอเมริกา โดยในปี ค.ศ. 1988 บริษัท บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ได้ควบรวมกิจการทั้งหมดของ   ไฟร์สโตน ทำให้บริษัทฯกลายเป็นบริษัทผู้ผลิตยางรายใหญ่ที่สุดในโลก สำหรับแบรนด์ ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี ที่ผ่านมาไฟร์สโตนไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาประสิทธิภาพในทุกด้านเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค จนประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ทั่วโลกมาถึงปัจจุบัน 




คุณลักษณะเด่น เพื่อมุ่งสู่ทุกจุดหมาย มั่นใจทุกการเดินทาง


1. Center narrow groove   ร่องยางแนวตรงและแคบบริเวณกึ่งกลาง เพิ่มสมรรถนะในการรีดน้ำทีดี่ยิ่งขึ้นเมื่อขับขี่บนถนนเปียก (Wet Traction) พร้อมด้วยบล็อกดอกยางที่แข็งแรงขึ้น ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการควบคุมและการทรงตัวในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น

2. Center cross sipe   ร่องดอกยางขนาดเล็กตามแนวทแยง บริเวณกึ่งกลางช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น

3. Shoulder sipe   ร่องดอกยางขนาดเล็กบริเวณไหล่ยาง   และ

4. Rib Combination Lug    ดอกยางแบบผสมแนวตรงและตัดขวาง ช่วยลดเสียงรบกวนขณะขับขี่


เหมาะสำหรับรถ SUV และปิคอัพอเนกประสงค์ อาทิ



ขนาดของผลิตภัณฑ์

*XL (Extra Load) ยางโครงสร้างแข็งแรงพิเศษ
ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์  Firestone “DESTINATION LE-02” มีให้เลือกทั้งหมด 10 ขนาด ตั้งแต่ขอบ 16 นิ้ว จนถึงขอบ 18 นิ้ว ตั้งแต่ราคา 3,750 – 7,250 บาท โดยวางจำหน่ายที่ศูนย์บริการค็อกพิท ออโต้บอย แอค และผู้แทนจำหน่ายยางบริดจสโตนและไฟร์สโตนทั่วประเทศ หรือสอบถามได้ที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์โทรศัพท์ 0-2636-1555 (กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล) หรือ1800-295-537 (ต่างจังหวัดโทรฟรี)



14
กู๊ดเยียร์โลดแล่นครบ 60 ปี ใน NASCAR
สานต่อตำนานผู้นำด้านนวัตกรรมและสมรรถนะที่เหนือกว่าในปี 2557



แอครอน มลรัฐโอไฮโอ 12 มีนาคม 2557 – กู๊ดเยียร์ ขึ้นแท่นผู้ผลิตยางให้แก่วงการกีฬามอเตอร์สปอร์ตอย่างต่อเนื่องและยาวนานที่สุด จากการเป็นผู้ผลิตยางหลักให้กับ NASCAR สุดยอดกีฬาแข่งรถยอดนิยมของอเมริกา โดยประกาศฉลองครบรอบ 60 ปีของการเป็นผู้ผลิตยางหลักให้กับ NASCAR เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

"กู๊ดเยียร์มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เฉลิมฉลองการเป็นผู้ผลิตยางอย่างต่อเนื่องถึง 60 ปีให้กับ NASCAR และนักแข่งทุกคน" มร.สตู แกรนท์ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจยางรถแข่ง บริษัท กู๊ดเยียร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ จำกัด สหรัฐอเมริกา กล่าวและเสริมว่า "ความสัมพันธ์ระหว่างกู๊ดเยียร์กับ NASCAR เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2497 และได้วางรากฐานอันแข็งแกร่งให้แก่การพัฒนายางที่ช่วยให้กู๊ดเยียร์สามารถผลิตยางที่ตอบโจทย์ทั้งทางด้านคุณภาพและเทคโนโลยีที่ใช้ทั้งบนสนามแข่งและบนท้องถนนในชีวิตประจำวันได้อย่างครบถ้วน"

ในขณะที่รถแข่งของ NASCAR ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา ยางรถแข่งกู๊ดเยียร์ อีเกิ้ลก็เช่นเดียวกันที่ในวันนี้ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จุดเริ่มต้นจากการพัฒนายางรถยนต์และรถตำรวจระดับมาตรฐานที่ใช้ในต้นทศวรรษ 1950  และสามารถพัฒนายางผ้าใบเพื่อใช้ในการแข่งขันได้สำเร็จในปี 2500  ยางสลิค (slick) สำหรับรถแข่งในปี 2517 และยางแข่งเรเดียลครั้งแรกในปี 2531 และล่าสุดในปีที่ผ่านมา กู๊ดเยียร์ได้แนะนำยางรถแข่งใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Multi-Zone Tread ซึ่งมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนและการเข้าโค้ง เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมรถ"

"วิวัฒนาการยางกู๊ดเยียร์ที่ใช้ในกีฬาแข่งรถ NASCAR เป็นอีกหนึ่งกิจกรรรมที่น่าตื่นเต้นและมีคุณค่าอย่างยิ่ง และเรายังรอคอยที่จะเห็นวิวัฒนาการที่ล้ำหน้าต่อไปในอีก 60 ปีข้างหน้า"

ในฤดูกาลแข่งรถซีซั่น 2556  กู๊ดเยียร์ได้สร้างสีสันให้แก่วงการรถแข่งด้วยการแนะนำยางรถแข่งรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Multi-Zone Tread ซึ่งเป็นนวัตกรรมสุดล้ำที่ได้รับอิทธิพลมาจากยางรถยนต์นั่งของกู๊ดเยียร์ รุ่นแอชชัวแรนซ์ ทริปเปิ้ลเทรด ออล-ซีซันส์ โดยมีการหล่อดอกยางถึง 2 ชั้นบนยางล้อด้านขวาแต่ละล้อ  ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นดังกล่าว ทำให้ยางรถแข่งรุ่นใหม่นี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

"หนึ่งในการพัฒนานวัตกรรมยางที่โดดเด่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือ การแนะนำยางรถแข่งที่ใช้เทคโนโลยี Multi-Zone Thread ลงสู่สนามแรกที่แอตแลนตาในปี 2556  นับเป็นยางต้นแบบที่มีศักยภาพมหาศาล กู๊ดเยียร์มุ่งเดินหน้าสานต่อความสำเร็จดังกล่าวด้วยการลงทุนขยายกระบวนการผลิตเพื่อส่งเสริมการใช้ยาง Multi-Zone Thread เพิ่มขึ้นในปี 2557 และปีต่อๆ ไป"

หลังจากการเปิดตัวในสนามแข่งเมืองแอตแลนต้าในปี 2556  กู๊ดเยียร์ได้นำยาง multi zone อีกเวอร์ชั่นลงแข่งใน repaved track ที่แคนซัส และในซีซั่นนี้ บริษัทได้วางแผนลงแข่งในสนามดังกล่าวอีกครั้ง นอกจากนี้ กู๊ดเยียร์ยังเตรียมนำยาง Multi-Zone Thread ไปใช้ในสนามแข่งรถทั้งที่เท็กซัสและริชมอนด์ ในปี 2557 รวมถึงสนามแข่งอื่นๆ ในซีซั่นต่อๆ ไป


15
บริดจสโตนแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ BRIDGESTONE “TURANZA GR-100”


[กรุงเทพฯ] (28 กุมภาพันธ์ 2557) – มร.ชินอิจิ ซาโตะ กรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมแถลงข่าวแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ BRIDGESTONE “TURANZA GR-100” ที่สุดของสัมผัสใหม่แห่งความนุ่มสบายระดับเฟิร์สคลาส ที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนลียีอันล้ำหน้าของบริดจสโตน ให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ลงตัวในเรื่องความนุ่มสบาย ความเงียบ รวมถึงความปลอดภัยสูงสุด ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดรถยนต์หรูได้เป็นอย่างดี สนองตอบความต้องการสูงสุดให้กับผู้บริโภคอย่างแท้จริง งานแถลงข่าวจัดขึ้น ณ บางกอก แมรีออท โฮเต็ล สุขุมวิท 

   มร.ชินอิจิ ซาโตะ กรรมการผู้จัดการ เผยว่า ยางบริดจสโตน กลุ่ม “TURANZA” เป็นผลิตภัณฑ์ของบริดจสโตน ที่มีชื่อเสียงมายาวนาน ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคว่ามีคุณภาพที่ดีเยี่ยมทั้ง ในด้านของประสิทธิภาพและสมรรถนะระดับสูง อีกทั้งยังมีจุดเด่นในเรื่องของความนุ่มนวล เสียงรบกวนที่น้อย รวมทั้งผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ซึ่งตอบสนองความต้องการในตลาดรถยนต์หรูได้เป็นอย่างดี

   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นวัตกรรมใหม่ในยาง BRIDGESTONE “TURANZA GR-100” ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานสำหรับรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม ประสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของบริดจสโตน จึงทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานด้านต่างๆอย่างดีเยี่ยม อาทิ  “สัมผัสใหม่แห่งความนุ่มสบาย” “สุดยอดนวัตกรรมของความเงียบ” และ “ความปลอดภัยมั่นใจสูงสุด” ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือ ประสิทธิภาพระดับ “เฟิร์สคลาส” ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ และตอบสนองความต้องการสูงสุดให้กับผู้บริโภคอย่างแท้จริง

   มร.ซาโตะ กล่าวอีกว่า ในฐานะที่บริดจสโตนครองความเป็นยางยอดนิยมอันดับ 1 มาอย่างยาวนาน รวมทั้งการมุ่งมั่นทุ่มเท เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งยึดมั่นในพันธกิจที่ว่า “รับใช้สังคมด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า” ดังนั้นจึงเชื่อมั่นว่า ยาง BRIDGESTONE “TURANZA GR-100” รุ่นใหม่ จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และสามารถครองความเป็นยางยอดนิยม ในใจผู้บริโภคตลอดไป

          โดยนอกจากการแนะนำผลิตใหม่ในครั้งนี้แล้ว บริดจสโตนยังตอกย้ำด้วยกลยุทธ์ส่งเสริมการขายอันหลากหลายผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายและสื่อสารโดยตรงแก่ผู้บริโภค ผ่านช่องทางการสื่อสารที่ครอบคลุม อาทิ โทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ ตลอดจนสื่อกลางแจ้งตามสถานที่ยอดนิยมต่างๆ  สังคมออนไลน์  อีกมากมาย ทั้งนี้เพื่อสื่อสารและสร้างการรับรู้ถึงสินค้า  และการบริการที่ดีเยี่ยมให้แก่กลุ่มผู้บริโภคของบริดจสโตนอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

   ผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE “TURANZA GR-100” มีให้เลือกทั้งหมด 29 ขนาด ตั้งแต่ขอบ 15 นิ้ว จนถึงขอบ 19 นิ้ว วางจำหน่ายที่ศูนย์บริการค็อกพิท ออโต้บอย แอค และผู้แทนจำหน่ายยางบริดจสโตนทั่วประเทศ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์หมายเลข 02-636-1555 (กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล) หรือ1800-295-537 (ต่างจังหวัดโทรฟรี)

มร.ชินอิจิ ซาโตะ กรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมแถลงข่าวแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ BRIDGESTONE “TURANZA GR-100” สัมผัสใหม่แห่งความนุ่มสบายระดับเฟิร์สคลาส  นวัตกรรมใหม่ที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนลียีอันล้ำสมัยของบริดจสโตน พร้อมตอบโจทย์ความต้องการสูงสุดให้กับผู้บริโภคกลุ่มตลาดรถยนต์หรู ณ บางกอก แมรีออท โฮเต็ล สุขุมวิท



หน้า: [1] 2 3 ... 19