Welcome, บุคคลทั่วไป!!
follow us on... Facebook


ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิว การดูแลรักษาระบบเบรค การสังเกตุอาการผิดปกติและแก้ไขข้อบกพร่อง ของระบบเบรค  (อ่าน 14938 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ bentoto

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 25
  • พลังน้ำใจ: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีครับ ช่วงเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนพฤษภาคม ปีนี้มีช่วงหยุดยาวๆ หลายวัน จึงมีคนเดินทางท่องเที่ยว กลับภูมิลำเนา ตามต่างจังหวัด ทำให้การจราจรติดขัด มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ตลอดทุกเส้นทาง ส่วนผมก็มนุษย์เงินเดือน ไม่สามารถเลือกจะหยุดได้ก็ต้องเดินทางท่องเที่ยว ร่วมใช้ถนนกับคนอื่นเหมือนกัน ก็ขับวีโก้นี่แหละครับ ขับคนเดียว กรุงเทพ-ชลบุรี ใครที่เดินทางช่วงสงกรานต์เหมือนกัน คงรู้กันดี ว่ารถติดแค่ไหน ชอบวีโก้อยู่อย่าง ประหยัดน้ำมันดีครับ และไม่มีปัญหาจุกจิกด้วย อีกอย่างผมไม่ใช่คนขับรถเร็วด้วย เลยไม่ค่อยจะกินน้ำมันเท่าไหร่ แต่ถึงจังหวะที่เกิดอยากจะซิ่ง อยากจะแซงขึ้นมา อัตราเร่งวีโก้เขาก็มาไวทันใจตลอดครับ

ตัวผมเองขับวีโก้มาหลายปีแล้ว ก็ยังไม่เคยเจอะปัญหาอะไรให้ต้องปวดหัว แค่ดูแลตามระยะ ขับอย่างรู้เทคนิครู้วิธี ดูแลทะนุถนอมเขาหน่อย รักรถให้มาก (แต่อย่ารักมากกว่าเมียนะ ไม่งั้นเรื่องใหญ่แน่นอน55) อุบัติเหตุส่วนใหญ่ ก็มีทั้งที่เกิดจากคนขับซะมากกว่า และเกิดจากอุปกรณ์ของรถเสื่อมสภาพ ที่พบเจอส่วนใหญ่จะเป็นระบบห้ามล้อ หรือว่าระบบเบรคนั่นเอง เจอมาหลากหลายรูปแบบ ก็เลยหาข้อมูลดีๆ มาแชร์กัน รู้ไว้เดินทางปลอดภัยครับ


ออฟไลน์ bentoto

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 25
  • พลังน้ำใจ: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ระบบเบรค หรือระบบห้ามล้อของรถกระบะที่ใช้ทั่วไปมีความสำคัญ มากต่อความปลอดภัย ของตัวผู้ขับขี่เอง และผู้ใช้รถ ใช้ถนน ดังนั้นจึงควรหมั่นดูแลรักษา ให้ระบบเบรค มีประสิทธิภาพ พร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้ ตลอดเวลา

รถที่ออกป้ายแดง จากห้างส่วนใหญ่ จะไม่ค่อยมีปัญหาอะไร เพราะส่วนใหญ่ ถูกออกแบบ และผลิตมาเพื่อใช้กับสภาพถนน รองรับน้ำหนักรถ ได้ดี


การดัดแปลงสภาพรถ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจเป็นสาเหตุที่จะทำให้ประสิทธิภาพของระบบเบรค ลดน้อยลง ฉะนั้น จึงไม่สมควรดัดแปลง อันจะเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุได้

ระบบเบรครถกระบะบ้านเรา ส่วนใหญ่ผลิตมาเหมือนกันทุกยี่ห้อ คือล้อหน้าเป็นระบบดิสส์เบรค ล้อหลังเป็นระบบ ดรั๊มเบรค ครับ

ออฟไลน์ bentoto

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 25
  • พลังน้ำใจ: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ทีนี้เรามาดูในส่วนของการดูแลรักษาระบบเบรคกันบ้าง

น้ำมันเบรค กับการเปลี่ยนถ่าย
ระบบเบรคของรถที่ดี จะไม่มีการรั่ว ซึม ซึ่งเป็นสาเหตุให้น้ำมันเบรคลดลง  แต่ก็ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรค ทุกๆ 1ปี  เป็นการทำความสะอาดระบบเบรค ไปในตัว เพราะน้ำมันเบรค สามารถรวมตัวกับสนิม ฝุ่นผง ทำให้เกิดการเสียดสี กับแม่ปั๊มเบรค ทำให้กระบอกชำรุด เสียหายเร็วขึ้น

น้ำมันเบรคที่ใช้ ต้องใช้ให้ตรงกับมาตราฐานที่ผู้ผลิตกำหนด อย่างใดอย่างหนึ่ง ผสมกันไม่ได้ และห้ามใช้น้ำมันอย่างอื่นเติมแทน เพราะจะทำให้อุปกรณ์ที่เป็นยางบวม เสียหายได้


ออฟไลน์ bentoto

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 25
  • พลังน้ำใจ: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ระยะห่างของผ้าเบรค และการตรวจเช็ค
ในระบบดรั๊มเบรค เมื่อมีอาการเหยียบเบรคต่ำ ลึกลง และการดึงเบรคมือสูงขึ้น  ระดับน้ำมันเบรคลดต่ำลง ควรต้องทำการถอดจานเบรคมาทำความสะอาด เป่าฝุ่นทิ้ง และตั้งระยะผ้าเบรคให้ชิดขึ้น
 
ควรตรวจสอบผ้าเบรคอย่างสม่ำเสมอ เพราะเป็นส่วนที่ได้รับการเสียดสี สึกหรอง่าย  เพราะผ้าเบรคในช่วงที่เหลือน้อย การสึกหรอจะรวดเร็วกว่าหลายเท่าตัว จนถึงระดับบางมาก เนื้อผ้าเบรคอาจหลุดร่อนได้อย่างกะทันหัน เป็นผลให้แผ่นเหล็กสีกับจานเบรคจนเสียหาย เสียเงินเพิ่ม หรือถ้าผ้าเบรคหลุดออกจากฝักเบรค ลูกสูบปั้มเบรค และน้ำมันเบรคจะหลุดออก ที่เรียกกันว่าเบรคแตกนั้นเอง

การทำความสะอาดจานเบรค
ถ้ามีจารบี หรือสิ่งแปดเปื้อน ติดอยู่ที่จานเบรค ควรใช้น้ำยาล้างจานเบรกโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้น้ำมันอื่นๆมาทำความสะอาด หรือถ้าไมมีจริงๆ ควรใช้ทินเนอร์ 100% หรือ แอลกอลฮอลบริสุทธิเท่านั้น

ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.weekendhobby.com/offroad/toyota2700club/picture2009%5C611255220565.JPG

ออฟไลน์ bentoto

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 25
  • พลังน้ำใจ: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
แล้วถ้าเบรครถเรามีปัญหา เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เกิดจากอะไร?

อาการเบรคแบบต่างๆ มีดังนี้ครับ  ลองอ่านดูนะครับ ผมว่ามีประโยชน์มาก เพราะอาการเบรคมีหลายแบบมากๆ จะได้รู้ไว้ว่าเกิดจากอะไร จะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุด

เบรคตื้อ
เป็นอาการที่เวลาเหยียบเบรค แล้วรู้สึกว่า เบรคมันไม่ค่อยอยู่ เบรกแข็งๆ ต้องออกแรงเหยียบเบรคมากๆ อาการเบรคตื้อ เกิดมาจากหลายสาเหตุ เช่น แรงดูดสุญญากาศของหม้อลมน้อย เพราะปั้มตูดไดชาร์จเสีย หรือผ้าในหม้อลมรั่ว วาล์ว PVC หรือ Combo Vale เสีย สายลมรั่ว

เบรคต่ำ
เวลาเหยียบเบรคแล้วรู้สึกว่า แป้นเบรคจมลงต่ำกว่าปรกติ เหยียบค้างไว้เบรคค่อยๆจมลงๆ เป็นอาการของเบรคต่ำ ส่วนมากเกิดมาจาก ลูกยางแม่ปั้มเบรคบน มีอาการสึกหรอ หรือบวม ทำให้แรงดันเบรคลดลง ต้องออกแรงเบรคมากขึ้น หรือต้องเหยียบเบรคซ้ำๆกัน หลายๆครั้ง

เบรคติด
อาการเหมือนรถมีอาการเบรคทำงานอยู่ตลอดเวลา รถจะตื้อ เบรกร้อนมีกลิ่นเหม็นไหม้ เบรกปัดซ้าย-ขวา รถวิ่งไม่ออก จอดแล้วเข็นรถไม่ได้ เป็นอาการของเบรกติด ส่วนมากเกิดจาก การลูกยางกันฝุ่นของแม่ปั้มเบรกเสีย ทำให้มีน้ำซึมเข้าไปในกระบอกเบรก จนเกิดสนิมติดขัด ลูกสูบเบรกไม่สามารถเคลื่อนตัวเข้าออกได้

การแก้ไข เปลี่ยนชุดซ่อมแม่ปั้มเบรกล่าง ถอดมาขัดสนิมออก ทั้งแม่ปั้ม และกระบอกเบรก หรือถ้ามีสนิมมากจนเกิดตามด จะทำให้น้ำมันเบรกรั่วซึมได้ ต้องเปลี่ยนลูกสูบเบรก หรือแม่ปั้มทั้งชุด

เบรกแตก
คืออาการ เหยียบเบรกแล้ว แป้นเบรกที่ขาเบรกจม จนแป้นเบรกกระทบกับพื้นรถ หรือนิ่มหยุ่นๆก่อนแล้วจมลงติดพื้น เมื่อเหยียบเบรกแล้วรถยังคงวิ่งที่ความเร็วเท่าเดิม เหมือนไม่มีเบรก

สาเหตุ
1. เกิดจากการรั่วของน้ำมันเบรค
2. ผ้าเบรคหมด จนหลุดออก เป็นไปได้บ่อยครั้งที่ เวลาที่ผ้าเบรคหมดนานๆ และยังปล่อยไว้ไม่ได้รับการเปลี่ยน ผ้าเบรคจะบางมากจนหลุดออกจากฝักก้ามปูเบรค จะทำให้ลูกสูบเบรคหลุด เบรคจะแตกทันที
3. ส่วนประกอบในระบบเกิดการหลุดหลวม
4. สายอ่อนเบรคแตก สายอ่อนที่เก่ามากๆ จะเกิดอาการบวม เวลาปกติก็ดูดี แต่พอเหยียบเบรคกลับ พองตัวเหมือนลูกโป่ง พวกนี้อันตรายมาก


ออฟไลน์ bentoto

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 25
  • พลังน้ำใจ: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
เบรคหมด
คืออาการ เบรคแล้วเกิดเสียงดัง เหมือนเหล็กสีกับเหล็ก เบรคลื่นๆ เป็นอาการของเวลาที่ผ้าเบรคหมด ผ้าเบรคบางรุ่นจะมีส่วนที่เป็นตุ่มโลหะมาแตะกับจานเบรคเพื่อให้เกิดเสียงดัง เป็นอาการส่งสัญญาณเตือน หรือติดตั้ง สวิทซ์ไฟโชว์ไว้ที่แผงหน้าปัด ต้องรีบเปลี่ยนโดยทันที เพราะจะทำให้ผ้าเบรคสีกับจนเบรคเสียหาย จนต้อเปลี่ยนจานเบรคใหม่ เสียเงินเพิ่มอีก

เบรคสั่น
คืออาการที่เหยียบแล้ว แป้นเบรคเกิดอากาสั่นขึ้นๆลงๆ รู้สึกได้ด้วยเท้า รถที่เบรคสั่นมากๆจะรู้สึกสั่นถึงพวงมาลัย หรือเวลาเหยียบเบรค เกิดอาการสั่นสะท้านไปทั้งคัน

สาเหตุเกิดจาก จานเบรคเกิดการคดบิดตัว เพราะการใช้งานที่รุนแรงกินไป การลุยน้ำ (จานเบรคที่ร้อนจัด เวลาเจอน้ำมักจะบิดตัวได้ง่าย) ลูกปืนล้อหลวม น็อตล้อหลวม ผ้าเบรคสึกหรอไม่เท่ากัน อาการนี้เกิดได้ทั้งระบบดิสเบรค และดรัมเบรค

เบรคเสียงดัง
อาการ มีเสียงดังที่เกิดขึ้นในขณะเบรค ส่วนมากเกิดมาจาก ผ้าเบรค และจานเบรค เช่นผ้าเบรคหมด จนเหล็กผ้าสีกับจาน จานเบรคเป็นรอยมากๆเนื่องจากฝุ่น และหินที่หลุดเข้าไปเสียดสี ต้องเจียรจานเบรคใหม่ แต่ถ้าผ้าเบรคก็ใหม่ จานเบรคก็เรียบดี เสียงที่ดังมักเกิดจาก เสียงของผ้าเบรคเอง ผ้าเบรคที่ผลิตไม่ได้มาตราฐาน อัดขึ้นรูปผิดพลาด จะเกิดรอยร้าว เป็นช่องว่างให้อากาศเข้าได้จะเกิดเสียงดัง แล้วอย่าหวังเลยครับว่าใช้ไปเรื่อยๆ แล้วเสียงจะหายเอง ถือว่าน้อยมาก การเปลี่ยนผ้าเบรคใหม่ถือว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุดครับ

เบรคเฟด
คืออาการเบรคลื่นๆ เบรคไม่อยู่ในขณะที่ใช้ความเร็วสูง หรือติดต่อกันหลายๆครั้ง หรือใช้เบรคแบบหักโหม อาการนี้เกิดขึ้น เช่น เวลาที่ขับรถมาด้วยความเร็วสูงมากๆ พอแตะเบรคครั้งแรกก็เบรกอยู่ดี พอแตะเบรคอีกหลายๆทีกลับเกินอาการลื่นเหมือนยังไม่เหยียบเบรคเลย ถือว่าน่ากลัวมาก

สาเหตุเกิดจาก ความร้อนของจานเบรคที่สูงเกินไป จานเบรคที่ใช้งานหนักอาจจะเกิดความร้อนสูงกว่า 1,000 องศา จานเบรกอาจเกิดการไหม้แดง เหมือนเหล็กถูกเผาไฟ และเกิดการขยายตัวมาก การระบายความร้อนของจานเบรคไม่ดี ผ้าเบรกที่มีคุณสมบัติในการทนความร้อนต่ำ จะเกิดการลุกไหม้เสียหาย ไม่สามารถจับจานเบรคให้อยู่ได้ รวมถึงน้ำมันเบรคที่คุณสมบัติในการทนความร้อนต่ำ จะทำให้น้ำมันเบรคเดือด เกิดการขยายตัวเป็นฟองอากาศ ทำให้แรงดันไฮโดลิคลดต่ำลง

อาการเบรคเฟดนี้ ถือเป็นปัญหาของนักซิ่ง ที่ชอบใช้เบรคแบบรุนแรง เบรกบ่อยๆติดต่อกัน และ รถที่ขับด้วย ความเร็วสูง


ขอบคุณที่มาจาก : http://www.samrongbrakepad.com/index.php/2009-09-20-04-01-06/11-brake-error

ออฟไลน์ bentoto

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 25
  • พลังน้ำใจ: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ข้อควรระวังอีกอย่างคือการใช้รถขึ้นลงเขาหรือการใช้เบรคยาวจนทำให้อุณหภูมิสูงขึน ไม่ควรขับรถลุยน้ำ จะทำให้เกิดการเสียหาย คด งอได้ ของจานเบรค ทำให้ประสิทธิภาพลดลง

รีวิวนี้ผมขอให้วีโก้ของผมเป็นพระเอกหน่อยแล้วกันนะครับ อุตส่าห์ฝ่ารถติดช่วงสงกรานต์ไปทั้งที ขอลงรูปอวดหน่อย อิอิ ท้ายสุดนี้ ขอให้ใช้รถอย่างถูกกฏ และไม่ประมาท ใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับเส้นทาง ตามสภาพการจราจร และตามกฏหมายกำหนด จะช่วยป้องกัน การเกิดอุบัติเหตุ และการเสียหายของอุปกรณ์ ได้ครับ สวัสดีครับ