Welcome, บุคคลทั่วไป!!
follow us on... Facebook


ผู้เขียน หัวข้อ: ขับรถต้องรู้  (อ่าน 15339 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Dentyne

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 5
  • พลังน้ำใจ: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ขับรถต้องรู้
« เมื่อ: เมษายน 08, 2016, 03:50:20 AM »
ประโยชน์ของน้ำมันเครื่องมีอะไรบ้าง

1. ช่วยหล่อลื่นเครื่องยนต์ อันนี้เป็นประโชยน์หลักของน้ำมันเครื่องเลยก็ว่าได้ โดยน้ำมันเครื่องจะไปสร้างชั้นฟิลม์บางๆ
    เคลือบชิ้นส่วนโลหะภายในเครื่องยนต์เพื่อลดการเสียดสีกันในการทำงานของเครื่องยนต์
2. ช่วยลดความร้อนของเครื่องยนต์ โดยเมื่อน้ำมันเครื่องไหลกลับลงสู่อ่างน้ำมันเครื่องก็จะนำพาความร้อนที่สะสมอยู่
    ภายในเครื่องยนต์ลงไปด้วย ซึ่งสามารถช่วยลดความร้อนเครื่องยนต์ได้ในระดับนึง
3. ช่วยป้องกันการรั่วของกำลังอัด โดยตัวน้ำมันเครื่องนั้นจะเป็นแผ่นฟิลม์ที่เคลือบผนังของกระบอกสูบ
    ทำให้สามารถป้องกันการรั่วไหลของกำลังอัดที่กระบอกสูบได้
4. ทำหน้าที่ทำความสะอาด ซึ่งตัวน้ำมันเครื่องนั้นจะชะล้างเศษโลหะที่เกิดจากการเสียดสีกัน
    ภายในเครื่องยนต์และนำลงสู่อ่างน้ำมันเครื่องเพื่อป้องกันการอุดตัน
 
 ซึ่งจากประโยชน์ที่กล่าวมานั้นจะเห็นได้ว่าตัวน้ำมันเครื่องนั้นมีความสำคัญกับเครื่องยนต์อย่างมาก
 ดังนั้นในการเลือกน้ำมันเครื่องเราต้องดูที่ 3 ส่วนหลักๆนั้นก็คือ

1.ประเภทของน้ำมันเครื่อง
   - น้ำมันเครื่องชนิดธรรมดา จะมีระยะเวลาการใช้งานประมาณ 4000 กิโลเมตร
   - น้ำมันเครื่องชนิดกึ่งสังเคราะห์ จะมีระยะการใช้งานประมาณ 6000 กิโลเมตร
   - น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100 % จะมีระยะการใช้งานประมาณ 10000 กิโลเมตร

2. เกรดของน้ำมันเครื่อง
         โดยน้ำมันเครื่องแต่ละชนิดจะมีเกรดของน้ำมันเครื่อง ซึ่งจะต้องส่งน้ำมันเครื่องของตนเองนั้น
         ไปทดสอบคุณภาพที่สถาบัน AMERICAN PETROLEUM INSTITUTE หรือ API โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่
   - เกรดน้ำมันเครื่องสำหรับสำหรับน้ำมันเบนซิน โดยเกรดน้ำมันเครื่องประเภทนี้ จะมีตัวอักษร S ตามหลัง API
                และจะนำหน้าเกรดของน้ำมันเครื่องนั้นๆ ซึ่งจะเรียงลำดับจากเกรดที่ต่ำสุด-เกรดที่สูงสุด จาก A-Z
                เช่นน้ำมันเครื่องตัวนี้ได้เกรด L ตัวอักษรข้างกระป๋องก็จะเขียนว่า API SL เป็นต้น

   - เกรดน้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล โดยเกรดน้ำมันเครื่องประเภทนี้ จะมีตัวอักษร C ตามหลัง API
                 และจะนำหน้าเกรดของน้ำมันเครื่องนั้นๆ ซึ่งจะเรียงลำดับจากเกรดที่ต่ำสุด-เกรดที่สูงสุด จาก A-Z
      เช่นน้ำมันเครื่องตัวนี้ได้เกรด I ตัวอักษรข้างกระป๋องก็จะเขียนว่า API CI-6 ซึ่งตัวเลข 6
                ที่ตามหลังนั้นจะบอกว่าน้ำมันเครื่องชนิดนี้เหมาะกับเครื่องยนต์ 6 สูบ เป็นต้น

3. ความหนืดของน้ำมันเครื่อง
   โดยค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องนั้นจะถูกทดสอบโดยสถาบัน สมาคมวิศวกรรมยานยนต์หรือ
               SAE (SOCIETY OF AUTOMOTIVE ENGINEERS) โดยค่าความหนืดนั้นจะเป็นตัวเลข
               5,10,15,30,40,50 ดังตัวอย่างเช่น

   5W : หมายถึง ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องในอุณหภูมิที่ติดลบหรืออุณหภูมิที่เย็นจัด
                                 ซึ่งน้ำมันเครื่องตัวนี้มีค่าความหนืดอยู่ในเกรดที่ 5
   40  : หมายถึง ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องในอุณหภูมิ 100 องศา
                      ซึ่งน้ำมันเครื่องตัวนี้มีค่าความหนืดอยู่ในเกรดที่ 40

อ้างอิงที่มาจาก : http://car.boxzaracing.com/knowledge/2885

และในวันนี้มีน้ำมันเครื่องตัวนึงที่ใช้แล้วและอยากแนะนำ คือ
น้ำมันเครื่องเบนซินสังเคราะห์ยูคอนอินฟินิทฟลูลี่ ซินเธติก SAE 5W-30
เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์และผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานคุณภาพสูง
ผสมสารเพิ่มคุณภาพที่มีคุณสมบัติพิเศษในการปรับสภาพเสียดทาน
เพื่อการปกป้องที่สูงกว่า เหมาะสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน
และ เครื่องยนต์แก๊ส (NGV/LPG) ทุกชนิด
สามารถหาซื้อได้ที่ http://www.yukonlubricants.com/  
พร้อมรับ Free Gift Vocher Central มูลค่า 500 บาท
ของดีๆแบบนี้ ใช้ดีต้องมาบอกต่อกันจ้า