Welcome, บุคคลทั่วไป!!
follow us on... Facebook


ผู้เขียน หัวข้อ: “คาร์ดินอล” พลิกโฉมตลาดฟิล์มกรองแสง ชูมาตรฐานอากาศยานเจาะคนรุ่นใหม่  (อ่าน 16420 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ digdig

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 279
  • พลังน้ำใจ: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
    • อีซูซุ
“คาร์ดินอล” พลิกโฉมตลาดฟิล์มกรองแสง ชูมาตรฐานอากาศยานเจาะคนรุ่นใหม่


          ตลาดฟิล์มแข่งดุ คาร์ดินอล ฟิล์มนำเข้าจากอเมริกา พร้อมโดดลงสนามรุกตลาดพรีเมี่ยม ชูมาตรฐานอากาศยานระดับโลก มัดใจคนรุ่นใหม่เน้นคุณภาพ ตั้งเป้าโกยรายได้กว่า 70 ล้านบาท

          นายเธนไชย เอี่ยมธงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินนิแฟตโต้ จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์ภายใต้แบรนด์ “คาร์ดินอล” จากสหรัฐอเมริกากล่าวว่า แม้ฟิล์มคาร์ดินอลจะเป็นแบรนด์ที่เพิ่งทำตลาดอย่างจริงจังแต่ก็ไม่ใช่แบรนด์ใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ด้านฟิล์มกรองแสง หากแต่ได้ดำเนินการธุรกิจขายส่งฟิล์มกรองแสงมากว่า 25 ปี โดยมีโรงงาน ทีมงานและคลังสินค้าที่ได้มาตรฐาน จึงมั่นใจได้ในเรื่องของสินค้าและบริการ

          “ด้วยการอยากควบคุมคุณภาพและภาพลักษณ์ของแบรนด์มากขึ้น และจากปัญหาตัวแทนจำหน่ายเริ่มจะดำเนินงานในทิศทางที่ไม่สอดคล้องกับบริษัท ทางทีมผู้บริหารจึงมีแนวคิดที่จะทำตลาดฟิล์มคุณภาพที่มีความแปลกใหม่ทั้งด้านคุณสมบัติและการทำตลาด จากการคัดเลือกฟิล์มคุณภาพทำให้ได้มาพบกับ Mr. Chris Vogues ผู้บริหาร Plastic View International Inc. สหรัฐอเมริกา ประทับใจกับคุณภาพและมาตรฐานของฟิล์มที่หอควบคุมการบินทั่วโลกเลือกใช้มากว่า 60 ปีและเป็นฟิล์มยอดนิยมใน 60 ประเทศทั่วโลก จนได้ตกลงเป็นตัวแทนจำหน่ายฟิล์มในประเทศไทย”

          นายเธนไชย กล่าวต่อว่า ตลาดฟิล์มกรองแสงในปัจจุบันว่ามีการแข่งขันสูงมาก มีหลายรายที่แข่งกันด้วยราคาและโปรโมชั่นต่างๆ กับตัวแทนจำหน่าย ซึ่งการแข่งขันเหล่านั้นไม่เป็นผลดีต่อผู้ใช้รถ เพราะราคาที่ต่ำจะทำให้ไม่สามารถขายสินค้าคุณภาพสูงได้ โดยหลายยี่ห้อหาก็ใช้ฟิล์มคุณภาพทั่วไปแทนเพื่อพยุงตัวเอง ส่วนตัวแทนจำหน่ายก็ตัดราคากันเองเพื่อแย่งลูกค้า ทางบริษัทจึงมองเห็นถึงโอกาสในการพลิกโฉมตลาดใหม่เพราะเราเชื่อว่าการสร้างตัวแทนจำหน่ายที่แข็งแกร่งมีมาตรฐานจะให้ประโยชน์กับผู้บริโภคในระยะยาวในส่วนของบริการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นหากยังมีการแข่งขันที่หวังผลระยะสั้นเท่านั้น ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 1,500 -2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดรถใหม่ 700 - 900 ล้านบาท และตลาดรถเก่า 800 – 1,000 ล้าน

          ทั้งนี้คาดว่าตลาดฟิล์มกรองแสงคาดว่าในปีนี้จะมีการหดตัวลง มาจากปัจจัยหลัก 3 ประการคือ ยอดขายรถใหม่ที่ลดลงโดยเฉพาะในกลุ่มรถที่ได้สิทธิภาษีรถคันแรก,กำลังการซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงจากภาระหนี้สินที่สูงทำให้ความต้องการของฟิล์มเกรดล่างราคาถูกมีมากขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรงทำให้ราคาขายของแต่ละค่ายต้องปรับลดลงมากขึ้น

          นายเธนไชย กล่าวว่า การทำตลาดของฟิล์มคาร์ดินอลจะเน้นหลักการสร้างคุณค่าให้กับตัวแทนจำหน่ายและผู้บริโภค เป็นสำคัญ คือการตลาดแบบ Win-Win โดยไม่ใช้ราคาแต่ใช้คุณภาพสินค้าที่แปลกใหม่กับบริการพิเศษเป็นหลักเกณฑ์ในการทำตลาด เพราะไม่เชื่อว่าการแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียวจะสามารถให้ผลประโยชน์ในระยะยาวได้ มุ่งการทำตลาดที่แตกต่างโดยมีเป้าหมายทำให้ฟิล์มคาร์ดินอลเป็นฟิล์มเกรดพรีเมี่ยมที่มีคุณค่าสามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าในรูปแบบต่างๆ ได้ โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของฟิล์มคาร์ดินอลคือกลุ่ม Smart Targeting ผู้ชายอายุ 25 – 35 ปีที่เปิดรับของคุณภาพใหม่ๆ พร้อมให้ความสำคัญกับคุณค่ามากกว่าราคา

          สำหรับแผนในปีนี้ในส่วนของตัวแทนจำหน่าย จะเน้นการสื่อสารและประสานงานที่สะดวกรวดเร็ว เน้นสินค้าที่มีคุณภาพที่ติดตั้งง่ายและมีมาตรฐาน อบรมและพัฒนาสถานที่และอุปกรณ์ติดตั้งให้ได้มาตรฐานเพื่อลดการสิ้นเปลืองที่ไม่จำเป็น ทางด้านของผู้บริโภคจะเน้นการทำตลาดที่เพิ่มมูลค่าเช่น ใช้ฟิล์มที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐานกันร้อนสูง ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนฟิล์มบ่อยและเสริมบริการหลังการขายในส่วนสิทธิประโยชน์ต่างๆ ผ่านพันธมิตรที่ร่วมรายการ

          ทั้งนี้ทางบริษัทได้ทุ่มงบไปกว่า 25 ล้านบาท เพื่อใช้ในการส่งเสริมการตลาด โดยทำตลาดผ่านช่องทางหลักคือการส่งเสริมการตลาด ณ จุดขายร่วมกับตัวแทนจำหน่าย, การจัดกิจกรรม Below the line ในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงการร่วมออกบูธแสดงสินค้า และทางโชเชียลเน็ตเวิร์ก พร้อมทั้งเว็บไซต์ของบริษัท โดยในปีนี้ทางบริษัทมีแผนที่จะเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการตอกย้ำแบรนด์สินค้าและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้มากที่สุด

          โดยทางบริษัทได้วางเป้าส่วนแบ่งการตลาดไว้ที่ 10% ในปี 2013 นี้ ซึ่งใน 2 ไตรมาสแรกของปีนี้ ทางบริษัทมียอดรายได้รวมประมาณ 25 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถกวาดรายได้ทั้งปีกว่า 70 ล้านบาท ได้อย่างแน่นอน